ชนิดและสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ การต่อโพเทนชิโอมิเตอร์หรือตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา

ชนิดและสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้  การต่อโพเทนชิโอมิเตอร์

ตอนนี้จะอธิบายชนิดและสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้  ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขามีชื่อเรียกเฉพาะว่าโพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer)  อ้างอิงข้อมูลจาก wikipedia  คำว่า  "  โพเทนชิโอมิเตอร์ "  มีที่มาจากวิชาเครื่องมือวัดโดยตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขานี้ใช้เป็นวงจรแบ่งแรงดัน ( Voltage Divider ) เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าหรือโพเทนเชี่ยล ( Potential )  จึงเรียกว่าโพเทนชิโอมิเตอร์     โพเทนชิโอมิเตอร์นิยมใช้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์  วงจรควบคุมและใช้เป็นวอลลุ่มปรับเสียง  ถ้าใช้กับวัตต์สูง ( มากกว่า 1W )  จะเรียกว่า รีโอสแตต (rheostat) ซึ่งรีโอสแตตจะเน้นปรับกระแสและใช้กับส่วนพาวเวอร์  ส่วนโพเทนชิโอมิเตอร์นิยมใช้กับงานน้อยกว่า 1W ซึ่งเป็นงานคอนโทรลสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์  

 


ตัวต้านทานปรับค่าได้    โพเทนชิโอมิเตอร์

        โพเทนชิโอมิเตอร์ (ตัวเล็ก)  และรีโอสแตต(ตัวใหญ่ ) ซึ่งโครงสร้างเป็นเส้นลวด (ไวร์วาวด์ )

 

 

การใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์จะใช้งานแค่ 2 ขาเพื่อเป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ หรือใช้งานทั้ง 3 ขาเป็นวงจรแบ่งแรงดันก็ได้  ส่วนรีโอสแตต (rheostat)จะใช้งาน 2 ขาเพื่อเป็นตัวต้านทานปรับค่าได้และใช้ปรับกระแส

เปรียบเทียบสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขาหรือโพเทนชิโอมิเตอร์และสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 2 ขา



                                 สัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขาหรือโพเทนชิโอมิเตอร์


 


                                              สัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 2 ขา

 

 

การใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์เป็นวงจรแบ่งแรงดันเพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าหรือโพเทนเชี่ยล ( Potential )  จึงเรียกว่าโพเทนชิโอมิเตอร์ โดยแรงดันที่ตกคร่อมโหลด RL = แรงดันที่ตกคร่อม R2 เมื่อหมุนปุ่มปรับของโพเทนชิโอมิเตอร์จะทำให้แรงดันตกคร่อม R1 และ R2 เปลี่ยนไป

 



ชนิดของตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา

จากกราฟด้านล่างเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมุมการหมุนและค่าความต้านทานแบ่งออกเป็น   3 ชนิดคือ

1)   Log ( Audio )    

2)   Linear    

3)   Inverse Log / Anti log นั้นคือโพเทนชิโอมิเตอร์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดโดยที่ตัวอุปกรณ์จะใช้สัญลักษณ์ ( Marking ) เพื่อระบุชนิดโดยโซนเอเชียและอเมริกาจะใช้อักษร    สำหรับชนิด  Log ( Audio )    อักษร B สำหรับชนิด  Linear  และอักษร C สำหรับชนิด Inverse Log / Anti log อักษร C ใช้กับโซนอเมริกาเท่านั้น เอเชียยังไม่มี Marking นี้    ส่วนโซนยุโรปจะใช้อักษร Marking ที่แตกต่างกันออกไปจากเอเชียโดยใช้อักษร A สำหรับชนิด  Linear   ใช้อักษร  C สำหรับ  Log ( Audio )   และใช้อักษร F สำหรับชนิด  Inverse Log / Anti log  

ข้อสังเกตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากผลิตในเอเชียและอุปกรณ์จำนวนมากในตลาดจึงมีสัญลักษณ์ ( Marking ) เป็นแบบโซนเอเชีย   ในไทยน่าจะยึดแบบเอเชีย Marking

 

ตัวต้านทานปรับค่าได้

 

                                 ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา หรือ โพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด A  B  C

 

โพเทนชิโอมิเตอร์   ตัวต้านทานปรับค่าได้

คำถามโวลลุ่ม / วอลลุ่มปรับเสียงเป็นโพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด A หรือ B หรือ C  ?   ..... คำตอบคือชนิด A เนื่องจากธรรมชาติการได้ยินความดังของคนเราจะเป็นแบบ  Log ( Audio ) คือในช่วงแรกจะค่อยๆดังขึ้นเมื่อปรับจนจึงจุดหนึ่งความดังจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือเป็นแบบกราฟ Log  ดังนั้นจึงใช้โพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด A เป็นวอลลุ่มปรับความดังของเสียง    ส่วนโพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด B  ( Linear ) จะใช้กับงานที่ต้องการการเปลี่ยนแรงของแรงดันหรือสัญญาณแบบเชิงเส้น เช่นวงจรแบ่งแรงดัน

 

โพเทนชิโอมิเตอร์

                                ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 1K  10K  100K  ชนิด B ( Linear )

 

โพเทนชิโอมิเตอร์


                                   ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 5K  50K  500K  ชนิด B ( Linear )

 

                       

โพเทนชิโอมิเตอร์

                                 ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 20K    ชนิด A  ( Log / Audio ) 

 

 

ตัวต้านทานปรับค่าได้

                                   ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 50K    ชนิด A  ( Log / Audio ) 



ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา   สามารถต่อใช้งานได้แบบ 2 คือ   

1)  ใช้เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ 2 ขา โดยต่อใช้แค่ขากลางและขาริมด้านใดด้านหนึ่งส่วนขาที่ 3 ปล่อยไว้หรือซ๊อตกับขากลางก็ได้ จุดประสงค์การใช้งานแบบที่หนึ่งนี้คือจำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้า    

2) ต่อใช้งานเป็นโพเทนชิโอมิเตอร์โดยต่อใช้งานทั้ง 3 ขาจุดประสงค์การต่อแบบที่สองคือเป็นวงจรแบ่งแรงดัน  ดูรูปวงจรด้านล่างประกอบ 



ต่อใช้งานเป็นตัวต้านทานปรับค่าได้  2 ขา  จะใช้แค่ 2 ขา  โดยใช้ตัวต้านทานทำหน้าที่จำกัดปริมาณการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร  (  Current Limiting )


                                                    ใช้แค่ 2 ขา   ขาที่ 3 ปล่อยลอยไว้




                                                     ใช้แค่ 2 ขา ขาที่ 3 ซ๊อตกับขากลาง 




ต่อใช้งานเป็นวงจรแบ่งแรงดัน  ( Voltage divider )  จะต่อใช้งานทั้ง 3 ขา เมื่อหมุนปรับจะทำให้แรงดันที่ตกคร่อม R1 และ R2 เปลี่ยนไป   ซึ่ง  R1 และ R2  เป็นส่วนที่อยู่ข้างในโพเทนชิโอมิเตอร์และแรงดันที่ตกคร่อมโหลด RL จะเท่ากันแรงดันที่ตกคร่อม   R2