เบอร์แทนไดโอด 1N5819 1N5822 1N4077 1SS133T BY127 เทียบเบอร์ไดโอด 5 รุ่น

เบอร์แทนไดโอด    1N5819    1N5822  1N4077    1SS133T     BY127  

การเทียบเบอร์ไดโอดเพื่อหาเบอร์แทนนั้น อันดับแรกให้หาข้อมูลสเปคของเบอร์เดิมก่อน จากนั้นจึงพิจารณาหาเบอร์แทนที่มีสเปคใกล้เคียงเบอร์เดิมให้มากที่สุดหรือมีสเปคที่ดีกว่าเดิมก็ได้  ควรพิจารณาในส่วนการใช้งานด้วยว่าตัวเดิมกับตัวใหม่มีประเภทวงจรใช้งานเหมือนกันหรือไม่  ?    ( application)


ไดโอด    1N5819    1N5822  1N4077     1SS133T     BY127     Diode



1)    1N5819   เป็นช๊อตกี้ไดโอด  1A   40V   ใช้งานภาคจ่ายไฟแบบสวิตชิ่ง  อะแดปเตอร์ และ  วงจร DC to DC converter 
  อาจพิจารณ์เบอร์ต่อไปนี้
  SB140  ช๊อตกี้ไดโอด  1A  40V   
  SB150  ช๊อตกี้ไดโอด  1A  50V   
  SB160  ช๊อตกี้ไดโอด  1A  60V   
  SR104    1A  40V
  SR105    1A  50V
  SR106    1A  60V
  SB1H90  1A  90V
  SB1H100   schottky diode     1A  100V
  SR110     1A  100V
  SB260S   2A  60V
  SB240S   schottky diode     2A  40V


2)   1N5822    เป็นช๊อตกี้ไดโอด  1A   40V   ใช้ในวงจรอินเวอร์เตอร์  วงจรป้องกันการต่อผิดขั้ว และวงจรที่ใช้ไฟแรงดันต่ำในการทำงาน
อาจพิจารณาเบอร์ต่อไปนี้
SB340     3A   40V
SB350     3A   50V
SB360     3A   60V
MBR360  3A   60V
SB3H90   3A   90V
SB3100    3A  100V
SB3H100 3A  100V
MBR10100    10A  100V    มี 2 ขา ตัวถัง  TO220-2  (  ตัวถังไม่เหมือนเดิม )
MBR1060      10A   60V         มี 2 ขา ตัวถัง  TO220-2  (  ตัวถังไม่เหมือนเดิม )
STPS745FP   45V  7.5A   TO220FP    2 ขา   (  ตัวถังไม่เหมือนเดิม )


3)     1N4077  เป็น Small Signal  diode 130mA  80V     มีขนาดเล็ก   การใช้งานเป็น Switching Diode และมีเวลา   High speed  Trr =  1.2ns
อาจพิจารณาเบอร์ต่อไป เป็นสเปคใกล้เคียง
1SS133M  150mA  90V    การใช้งานเป็น    Switching Diode   Trr(Max) = 4ns
1N4148     200mA  100V  เป็น Small Signal Diode  มีเวลา   Trr(Max) = 4ns
1N916       200mA  100V  เป็น Small Signal Diode  มีเวลา   Trr(Max) = 4ns
1N4448     200mA  75V    เป็น Small Signal Diode  มีเวลา   Trr(Max) = 4ns
1N914       200mA  75V    เป็น Small Signal Fast Switching Diode   มีเวลา   Trr(Max) = 4ns


4)    1SS133T   เป็น  Switching diode  90V  130mA   คุณสมบัติคือ High spee  สวิตชิ่ง   มีเวลา Trr =  4ns
เบอร์สเปคใกล้เคียง
1N914    100V    300mA    Trr   =  4ns
1N4148  100V    200mA    Trr   =  4ns
1N4448  100V    200mA   Trr    =  4ns


5)  BY127   เป็น   High Voltage Silicon Diode  มีสเปค     1250V     1A
เบอร์สเปคใกล้เคียง  
  SF1200       1200V     1A
  STTH112    1200V     1A
  GP10T        1300V     1A
  BY133         1300V    1A
  1N4007-13  1300V    1A
  GP10W       1500V     1A
  SF1600       1600V     1A
  GP10Y        1600V     1A
  EM516        1800V     1A  




อ่านต่อ    มีหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจ   ตามนี้  >>




เบอร์แทนไดโอด 1N5408 1N4007 MUR460 และ SR515 เทียบเบอร์ไดโอด

เบอร์แทนไดโอด   1N5408   1N4007   MUR460   และ   SR515   

หลักการเทียบเบอร์ไดโอดคือดูค่า  กระแส  แรงดัน  ลักษณะตัวถัง  ความเร็วในการทำงาน และประเภทวงจรที่ใช้งาน และอื่นๆตามลักษณะงานนั้นๆกำหนดไว้ (ต้องการ)

ไดโอด  1N5408   1N4007   MUR460   SR515  Diode

 1)    1N5408  เป็น  Standard   Diode  3A   1000V    ใช้ในงานเร็คติไฟร์และใช้งานทั่วไป 
        เบอร์ที่น่าพิจารณาใช้แทน

             1N5408G     3A      1000V
             1N5554        3A      1000V
             STTH310     3A      1000V
             UF5408        3A       1000V
             FR307          3A      1000V
             1N5554        3A      1000V
             หรืออาจใช้เบอร์อื่นๆที่ทนกระแสได้สูงกว่า 3A  


2)    1N4007    เป็น Standard   Diode  ชนิดซิลิกอน  1A   1000V  ใช้งานเร็คติไฟร์ในพาวเวอร์ซัพพลาย ใช้งานทั่วไปและใช้เป็น Freewheeling  Diode 

       เบอร์ทีน่าพิจารณาใช้แทน
         UF4007              1A     1000V
         MUR1100          1A     1000V
         BYW27-1000    1A     1000V
         BA159               1A     1000V
         RGP10M           1A     1000V
         FR107               1A     1000V
         UF4008             1A     1000V
 และอาจใช้เบอร์อื่นๆที่ทนกระแสได้สูงกว่าตามเบอร์ไดโอดในข้อ  1)  


3)   MUR460   เป็นไดโอดชนิด  Fast Recovery  4A  600V   มีระยะเวลา Trr <50ns ใช้ในงานความถี่สูงใช้ไดโอดทั่วไปแทนไม่ได้   ส่วนเบอร์แทนของ MUR460  คือ
MUR470    4A   700V
MUR470E  4A   700v
MUR480     4A   800V
MUR490    4A   900v
MUR490E  4A   900v
MUR4100  4A    1000V
เบอร์ที่น่าพิจารณา
UF408G       4A   800V    Trr   =  75ns 
UF4010G     4A   1000V  Trr   =  75ns
STTH4L06   4A   600V   Trr = 75ns
ER506          5A    600V    Trr    =  35ns
RF505TF6SC9    5A  600V   Trr = 30ns  ตัวถังเป็น  TO-220-2 2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม)
RFN5TF8SC9     5A  800V   Trr = 40ns  ตัวถังเป็น  TO-220-2   2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม)  


4)   SR515    เป็นซ๊อตกี้ไดโอด  5A  150V  ใช้งานที่ภาคจ่ายไฟแบบสวิตชิ่ง  อะแดปเตอร์แปลงไฟ  และวงจร DC-DC converter
เบอร์แทนคือ  SR520  ซ๊อตกี้ไดโอด  5A  200V
เบอร์ที่น่าพิจารณาคือ
SB5200           เป็นซ๊อตกี้ไดโอด      5A  200V
SR515A0G     เป็นซ๊อตกี้ไดโอด      5A  150V
MBR5150       เป็นซ๊อตกี้ไดโอด      5A  150V    มี   2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม)  
MBR6200F     เป็นซ๊อตกี้ไดโอด      6A  200V    มี   2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม) 
STPSC606D   เป็นซ๊อตกี้ไดโอด      6A  600V   ตัวถังเป็น  TO-220AC  มี   2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม)  
STPSC806D   เป็นซ๊อตกี้ไดโอด      8A  600V   ตัวถังเป็น  TO-220AC  มี   2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม) 
MBRF10200   เป็นซ๊อตกี้ไดโอด     10A  200V   มี   2 ขา  ( ตัวถังไม่เหมือนเดิม)  
SB10150         เป็นซ๊อตกี้ไดโอด     10A  15



อ่านต่อ    มีหัวข้ออื่นๆ    ที่น่าสนใจ   ตามนี้  >>


ตัวต้านทานทำหน้าที่อะไรในวงจร ?

ตัวต้านทานทำหน้าที่อะไร   

บทความนี้จะอธิบายประโยชน์ของตัวต้านทานว่าตัวต้านทานทำหน้าที่อะไรในวงจร จะอธิบายแบบสรุปเพื่อให้เห็นภาพกว้างๆ     ตัวต้านทานเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานที่มีความสำคัญมากเนื่องจากเกือบทุกๆวงจรจะต้องใช้ตัวต้านทาน   ดูรูปวงจรข้างล่างเป็นตัวอย่างเป็นวงจรรักษาระดับแรงดันไฟให้คงที่ จะสังเกตว่าวงจรนี้ใช้ตัวต้านทานหลายตัว   อุปกรณ์ตัวที่ลูกศรชี้คือตัวต้านทานและอุปกรณ์ตัวอื่นๆในวงจรที่มีลักษณะเหมือนกันคือมีแถบสีก็เป็นตัวต้านทานเช่นกัน ตัวต้านทานมีหลายค่าและจะใช้แถบสีเพื่อระบุค่าความต้านทาน

ตัวต้านทาน  ตัวต้านทานทำหน้าที่


ตัวต้านทานทำหน้าที่อะไรในวงจร

1)   จำกัดปริมาณกระแสไฟฟ้า  ( Current Limitting )  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายตัวใช้กระแสไฟแค่นิดเดียวก็สามารถทำงานได้แล้วถ้าปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านจำนวนมากเกินกว่าทีมันต้องการอุปกรณ์ตัวนั้นจะไหม้เสียหายทันที   ยกตัวอย่างเช่น  LED หรือไดโอดเปล่งแสงมันต้องการกระแสไฟฟ้าเพียงแค่ 15mA ก็ทำให้มันสว่างได้แล้ว จากรูปถ้าเราต่อไฟ  9VDC  ให้ LED ตรงๆ LED จะไหม้โดยรอยต่อข้างในทะลุเสียหายทันทีเนื่องจากมีกระแสไหลผ่านจำนวนมาก  วิธีแก้คือใช้ตัวต้านทานเพื่อลดหรือจำกัดปริมาณกระแสไฟฟ้าให้มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่เกิน 15mA ( ตามสเปคของมัน )   ส่วนค่าความต้านทานที่เหมาะสมต้องคำนวณและวิธีคำนวณจะมีการเรียนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า วิศวกรรมและช่างซ่อม


ตัวต้านทานทำหน้าที่

                                   ใช้ตัวต้านทานทำหน้าที่จำกัดกระแสที่ไหลในวงจร

 

อีก 1 ตัวอย่างของการใช้ตัวต้านทานจำกัดปริมาณกระแสคือไขควงเช็คไฟ  วงจรข้างในของไขควงเช็คไฟจะมีตัวต้านทานค่าสูงมากค่าประมาณล้านโอห์มและมีหลอดนีออน  ตัวต้านทานค่าสูงๆนี้จะจำกัดปริมาณกระแสที่ไหลให้มีปริมาณน้อยมากๆซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อคนเมื่อเราใช้มือแตะด้ามไขควงเช็คไฟ  ปริมาณกระแสที่ไหลนี้ถึงแม้จะน้อยมากแต่ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้หลอดนีออนสว่างและใช้เป็นตัวบอกสถานะการเช็คว่ามีไฟหรือไม่มีไฟ

 


ตัวต้านทาน  ไขควงวัดไฟ

                 วงจรข้างในของไขควงเช็คไฟรุ่นนี้มีตัวต้านทานค่า  820,000 โอห์ม   ข้างในประกอบด้วยตัวต้านทานและหลอดนีออน

 

 

2). กำหนดจุดทำงานให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตัวอื่นๆ  โดยการกำหนดปริมาณแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าคำศัพท์เฉพาะทางเรียกว่าการไบอัส   วงจรหนึ่งวงจรต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายตัวมาประกอบกันจึงจะเป็นวงจรซึ่งต้องมีการเลือกค่าและคำนวณตามหลักการ   ยกตัวอย่างเช่นวงจรด้านล่างนี้ ใช้ตัวต้านทานทำหน้าที่กำหนดจุดทำงานให้ทรานซิสเตอร์   ปกติแล้วทรานซิสเตอร์สามารถประกอบเป็นวงจรได้หลายอย่างมาก   เช่น    วงจรสวิตช์    วงจรขยาย   วงจรกำเนิดสัญญาณแบบต่างๆ   เป็นต้น การใช้งานทรานซิสเตอร์เบื้องต้นก็ต้องใช้ร่วมกับตัวต้านทาน    ตัวเก็บประจุ 


ตัวต้านทานทำหน้าที่  หน้าที่ตัวต้านทาน


                            ใช้ตัวต้านทานกำหนดจุดทำงานให้ทรานซิสเตอร์ ( การไบอัสทรานซิสเตอร์ )

 

 

3.  ใช้ตัวต้านทานตรวจจับกระแสไฟ (  Current sense Resistor )   วิธีวัดปริมาณกระแสไฟมีหลายวิธี การใช้ตัวต้านทานตรวจจับกระแสไฟเป็นวิธีที่ราคาถูกมากจึงนิยมใช้ในหลายวงจรเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพื่อเช็คว่ามีกระแสไหลเกินหรือมีกระแสไหลมาเป็นปกติหรือไม่  เรียกวงจรในส่วนนี้ว่าวงจรป้องกัน  Over Current  Protection     ตัวต้านทานตรวจจับกระแสจะมีค่าความต้านทานระดับมิลลิโอห์มหรือค่าความต้านไม่สูง เช่น 0.5 โอห์ม   1  โอห์ม  เป็นต้น  เมื่อมีกระแสไหลผ่านตัวต้านทานตรวจจับกระแสจะมีแรงดันตกคร่อมตัวต้านทานตามกฏของโอห์ม V= IR  และใช้แรงดันตกคร่อมตัวต้านทานนี้ส่งให้อุปกรณ์ตัวอื่นทำงานทำงานต่อไป  การเลือกค่าความต้านทานและความสัมพันธ์ระว่างกระแสและแรงดันไฟฟ้าจะมีการคำนวณ

 

ตัวต้านทาน  ทำหน้าที่

 


ชนิดและสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ การต่อโพเทนชิโอมิเตอร์หรือตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา

ชนิดและสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้  การต่อโพเทนชิโอมิเตอร์

ตอนนี้จะอธิบายชนิดและสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้  ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขามีชื่อเรียกเฉพาะว่าโพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer)  อ้างอิงข้อมูลจาก wikipedia  คำว่า  "  โพเทนชิโอมิเตอร์ "  มีที่มาจากวิชาเครื่องมือวัดโดยตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขานี้ใช้เป็นวงจรแบ่งแรงดัน ( Voltage Divider ) เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าหรือโพเทนเชี่ยล ( Potential )  จึงเรียกว่าโพเทนชิโอมิเตอร์     โพเทนชิโอมิเตอร์นิยมใช้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์  วงจรควบคุมและใช้เป็นวอลลุ่มปรับเสียง  ถ้าใช้กับวัตต์สูง ( มากกว่า 1W )  จะเรียกว่า รีโอสแตต (rheostat) ซึ่งรีโอสแตตจะเน้นปรับกระแสและใช้กับส่วนพาวเวอร์  ส่วนโพเทนชิโอมิเตอร์นิยมใช้กับงานน้อยกว่า 1W ซึ่งเป็นงานคอนโทรลสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์  

 


ตัวต้านทานปรับค่าได้    โพเทนชิโอมิเตอร์

        โพเทนชิโอมิเตอร์ (ตัวเล็ก)  และรีโอสแตต(ตัวใหญ่ ) ซึ่งโครงสร้างเป็นเส้นลวด (ไวร์วาวด์ )

 

 

การใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์จะใช้งานแค่ 2 ขาเพื่อเป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ หรือใช้งานทั้ง 3 ขาเป็นวงจรแบ่งแรงดันก็ได้  ส่วนรีโอสแตต (rheostat)จะใช้งาน 2 ขาเพื่อเป็นตัวต้านทานปรับค่าได้และใช้ปรับกระแส

เปรียบเทียบสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขาหรือโพเทนชิโอมิเตอร์และสัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 2 ขา



                                 สัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขาหรือโพเทนชิโอมิเตอร์


 


                                              สัญลักษณ์ของตัวต้านทานปรับค่าได้ 2 ขา

 

 

การใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์เป็นวงจรแบ่งแรงดันเพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าหรือโพเทนเชี่ยล ( Potential )  จึงเรียกว่าโพเทนชิโอมิเตอร์ โดยแรงดันที่ตกคร่อมโหลด RL = แรงดันที่ตกคร่อม R2 เมื่อหมุนปุ่มปรับของโพเทนชิโอมิเตอร์จะทำให้แรงดันตกคร่อม R1 และ R2 เปลี่ยนไป

 



ชนิดของตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา

จากกราฟด้านล่างเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมุมการหมุนและค่าความต้านทานแบ่งออกเป็น   3 ชนิดคือ

1)   Log ( Audio )    

2)   Linear    

3)   Inverse Log / Anti log นั้นคือโพเทนชิโอมิเตอร์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดโดยที่ตัวอุปกรณ์จะใช้สัญลักษณ์ ( Marking ) เพื่อระบุชนิดโดยโซนเอเชียและอเมริกาจะใช้อักษร    สำหรับชนิด  Log ( Audio )    อักษร B สำหรับชนิด  Linear  และอักษร C สำหรับชนิด Inverse Log / Anti log อักษร C ใช้กับโซนอเมริกาเท่านั้น เอเชียยังไม่มี Marking นี้    ส่วนโซนยุโรปจะใช้อักษร Marking ที่แตกต่างกันออกไปจากเอเชียโดยใช้อักษร A สำหรับชนิด  Linear   ใช้อักษร  C สำหรับ  Log ( Audio )   และใช้อักษร F สำหรับชนิด  Inverse Log / Anti log  

ข้อสังเกตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากผลิตในเอเชียและอุปกรณ์จำนวนมากในตลาดจึงมีสัญลักษณ์ ( Marking ) เป็นแบบโซนเอเชีย   ในไทยน่าจะยึดแบบเอเชีย Marking

 

ตัวต้านทานปรับค่าได้

 

ตัวต้านทานปรับค่าได้

                                 ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา หรือ โพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด A  B  C

 

โพเทนชิโอมิเตอร์   ตัวต้านทานปรับค่าได้

คำถามโวลลุ่ม / วอลลุ่มปรับเสียงเป็นโพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด A หรือ B หรือ C  ?   ..... คำตอบคือชนิด A เนื่องจากธรรมชาติการได้ยินความดังของคนเราจะเป็นแบบ  Log ( Audio ) คือในช่วงแรกจะค่อยๆดังขึ้นเมื่อปรับจนจึงจุดหนึ่งความดังจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือเป็นแบบกราฟ Log  ดังนั้นจึงใช้โพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด A เป็นวอลลุ่มปรับความดังของเสียง    ส่วนโพเทนชิโอมิเตอร์ชนิด B  ( Linear ) จะใช้กับงานที่ต้องการการเปลี่ยนแรงของแรงดันหรือสัญญาณแบบเชิงเส้น เช่นวงจรแบ่งแรงดัน

 

โพเทนชิโอมิเตอร์   ตัวต้านทานปรับค่าได้

                                ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 1K  10K  100K  ชนิด B ( Linear )

 

ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา  5K  50K  500K   โพเทนชิโอมิเตอร์


                                   ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 5K  50K  500K  ชนิด B ( Linear )

 

                       

ตัวต้านทานปรับค่าได้   3  ขา   20K

                                 ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 20K    ชนิด A  ( Log / Audio ) 

 

 

ตัวต้านทานปรับค่าได้  3  ขา  50K

                                   ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา 50K    ชนิด A  ( Log / Audio ) 



ตัวต้านทานปรับค่าได้ 3 ขา   สามารถต่อใช้งานได้แบบ 2 คือ   

1)  ใช้เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ 2 ขา โดยต่อใช้แค่ขากลางและขาริมด้านใดด้านหนึ่งส่วนขาที่ 3 ปล่อยไว้หรือซ๊อตกับขากลางก็ได้ จุดประสงค์การใช้งานแบบที่หนึ่งนี้คือจำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้า    

2) ต่อใช้งานเป็นโพเทนชิโอมิเตอร์โดยต่อใช้งานทั้ง 3 ขาจุดประสงค์การต่อแบบที่สองคือเป็นวงจรแบ่งแรงดัน  ดูรูปวงจรด้านล่างประกอบ 



ต่อใช้งานเป็นตัวต้านทานปรับค่าได้  2 ขา  จะใช้แค่ 2 ขา  โดยใช้ตัวต้านทานทำหน้าที่จำกัดปริมาณการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร  (  Current Limiting )


ตัวต้านทานปรับค่าได้

                                                    ใช้แค่ 2 ขา   ขาที่ 3 ปล่อยลอยไว้



ตัวต้านทานปรับค่าได้

                                                     ใช้แค่ 2 ขา ขาที่ 3 ซ๊อตกับขากลาง 




ต่อใช้งานเป็นวงจรแบ่งแรงดัน  ( Voltage divider )  จะต่อใช้งานทั้ง 3 ขา เมื่อหมุนปรับจะทำให้แรงดันที่ตกคร่อม R1 และ R2 เปลี่ยนไป   ซึ่ง  R1 และ R2  เป็นส่วนที่อยู่ข้างในโพเทนชิโอมิเตอร์และแรงดันที่ตกคร่อมโหลด RL จะเท่ากันแรงดันที่ตกคร่อม   R2  

ตัวต้านทานปรับค่าได้



วิธีการใช้หนังสือ ECG หรือวิธีเปิดหนังสือ ECG เพื่อเทียบเบอร์และหาเบอร์แทนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 หนังสือ ECG เป็นหนังสือที่รวบรวมและแนะนำเบอร์แทน / เทียบเบอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  บทความนี้จะสาธิตวิธีเปิดหนังสือนี้     มารู้จักสารบัญของหนังสือนี้ก่อนเปิดใช้งาน จะสังเกตว่ามีหมวดหมู่ต่างๆ   โดยหมวดหมู่สุดท้ายคือ CROSS  REFERENCE และหมวดหมู่แรกคือ Product Index   ส่วนช่วงกลางๆเป็นหมวดหมู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ


หนังสือ ECG  เทียบเบอร์ หาเบอร์แทนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์



หนังสือ ECG   เทียบเบอร์



วิธีจำง่ายๆและเข้าใจง่ายในการเปิดหนังสือ ECG  เรียงเป็นลำดับ 1-2-3  คือ
1)  เปิดด้านหลัง  ( ดู   CROSS  REFERENCE )  จะได้  ECG  No.  จากนั้น
2)  เปิดด้านหน้า  ( ดู  Product Index )  จะได้  Page No.
3)  เปิดหน้ารายละเอียดอุปกรณ์  ซึ่งได้มาจากขั้นตอนที่  2



ตัวอย่างการเปิดใช้งานและหาเบอร์แทน


จะยกตัวอย่างกรณีง่ายๆเพื่อให้เข้าใจคอนเซปต์ก่อน  สมมติว่าเราต้องการหาเบอร์แทนทรานซิสเตอร์เบอร์  TIP35A   จะเป็นทรานซิสเตอร์เบอร์อะไรใช้แทนได้  ?   เราทราบมาแล้วเบื้องต้นว่าทรานซิสเตอร์เบอร์  TIP35A   TIP35B  และ  TIP35C  เป็น Series อนุกรมเดียวกัน โดยทั้ง 3 รุ่นนี้จะแตกต่างกันที่แรงดัน Vceo  คือ   TIP35A  =  60V   ,  TIP35B  =  80V  ,    TIP35C = 100V
ดังนั้นเบอร์   TIP35C  จะสามารถใช้แทนเบอร์   TIP35A และ TIP35B  ได้
มาถึงตอนนี้เราจะลองใช้หนังสือ ECG เปิดหาเบอร์แทนบ้าง

1) นำเบอร์อุปกรณ์ที่ต้องการหาเบอร์แทนไปเปิดดู   CROSS  REFERENCE  ซึ่งเป็นหมวดหมู่อยู่ด้านหลังสุด   นำเบอร์อุปกรณ์ตามตัวอย่างคือ TIP35A  ดูตรงช่อง To be  Replaced  จากนั้นดูตรงช่อง  ECG Replacement จะได้เลข   392    จะสังเกตว่าทรานซิสเตอร์เบอร์   TIP35A   TIP35B และ TIP35C  มีเลข ECG  392 เหมือนกันทำให้เราทราบเบื้องต้นว่า 3 เบอร์นี้ใช้แทนกันได้
แต่อย่าพึ่งด่วนสรุปและนำไปใช้แทนทันที่ เพราะต้องเช็คค่าทางไฟฟ้าอื่นๆประกอบก่อนเสมอ  ก่อนนำไปใช้งานจริง     ดูรูปด้านล่าง


วิธีดูตาราง ECG  เทียบเบอร์



วิธีดูตาราง ECG  เทียบเบอร์




2)  นำ  ECG Number ที่ได้จากข้อ 1) ตามตัวอย่างคือ  392   ไปเปิดดู  Product Index   ซึ่งเป็นหมวดหมู่อยู่ด้านหน้าสุด     ณ ที่ตรงข้อ2) นี้  ทำให้เราทราบข้อมูลอุปกรณ์เบื้องต้น  พร้อมกับได้เลขที่หน้า  Page No.  คือ 1-50  และเลขที่รูป  Fig No.   คือ   T48     ดูรูปด้านล่าง


วิธีดูตาราง ECG  เทียบเบอร์

วิธีดูตาราง ECG  เทียบเบอร์

วิธีดูตาราง ECG  เทียบเบอร์

นำ ECG Number ที่อยู่หมวดหมู่ด้านหลังสุด  มาเปิด Product Index ซึ่งเป็นหมวดหมู่ด้านหน้าสุด
ณ   ที่ตรง Product Index  นี้จะได้ Page No. และ Fig No.


3)  นำ Page No. และ  Fig No.  ที่ได้จากข้อ 2)  มาเปิดหาข้อมูลต่อ   จะได้ข้อมูลและรายละเอียดอื่นๆ เพิ่ม  คือหน้าที่ใช้อธิบายรายละเอียดค่าทางไฟฟ้าต่างๆ    รูปอุปกรณ์   ตัวถังและตำเหน่งขา
ตามตัวอย่าง Page No. คือ  1-50  และ Fig No. คือ  T48


ผลการเปิดหน้า  Page No. 1-50  และ Fig No.  T48 จะได้ตามนี้


หนังสือ ECG



ข้อควรระวังในการใช้หนังสือ ECG เทียบเบอร์  จะสังเกตว่าทรานซิสเตอร์เบอร์ TIP35A  TIP35B  และ TIP35C  มีเลขที่ ECG No. เหมือนกันคือ  ECG 392  ดูคราวๆเหมือนจะใช้แทนกันได้หมดแต่ไม่ได้ทุกกรณีคือ TIP35C มีแรงดัน Vceo 100V ใช้แทน TIP35A ซึ่งมีแรงดัน Vceo 60V ได้ แต่กลับกันเบอร์ TIP35A ไม่สามารถใช้แทน TIP35C ได้เนื่องจากแรงดัน Vceo น้อยกว่านั้นเอง
ให้อ่านเรื่องนี้เพิ่ม  หลักการพิจารณาอีกรอบ เบอร์แทนที่หนังสือ ECG แนะนำไว้   https://www.alternativeelecpn.com/2022/05/scr-ic-ecg.html




การวัด  SCR มอดูล   การวัดไทริสเตอร์   ดีหรือเสีย




อ่านต่อ      เลือกหัวข้อ     ได้เลย

การอ่านค่าตัวต้านทาน   อ่านสีตัวต้านทาน    R  4   แถบ

การอ่านค่าตัวต้านทาน   อ่านสีตัวต้านทาน   R   5   แถบ

ต่อ คาปาซิเตอร์  C  อนุกรม  และ ขนาน
สูตร  วงจรอนุกรม  วงจรขนาน   กฏการแบ่งกระแส   และ กฏการแบ่งแรงดัน


วัด SCR และไทริสเตอร์มอดูล


วัดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง


อ่านค่าเบอร์วาริสเตอร์  ( Varistor )

และหัวข้ออื่นๆ อีกมาก   ให้ดูที่รายการหัวข้อด้านข้าง   หรือ เลื่อนหน้าด้านล่าง  >  เพื่อดูหัวข้อถัดไป